สาระน่ารู้คู่เพลงไทย - มาชวนให้รู้จัก จะได้รัก “เครื่องดนตรีไทย” ตอนจบ โดย ป้อม พรรณพร

เครื่องดนตรีไทยประเภท “เป่า”

เครื่องเป่า :- หมายถึงเครื่องดนตรีไทย ประเภทที่ต้องใช้การบรรเลงให้เกิดเสียงเพลง ด้วยการ “เป่า” มีดังนี้คือ ขลุ่ย ปี่ แคน แตรงอน

ขลุ่ย :- เป็นเครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องเป่า มีลิ้นทำด้วยไม้สัก ตัวขลุ่ยทำด้วยไม้รวก เจาะรูกลม ๆ เรียงกันจำนวน ๗รู แต่ละรูห่างกันประมาณ ๑ นิ้ว ขลุ่ย มีมาแต่โบราณ นิยมใช้เป่าเดี่ยว ๆ เพื่อความบันเทิง เป็นเครื่องดนตรีที่พกติดตัวไปง่ายที่สุด ดังนั้น จึงเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมกันมากที่สุดด้วย ขลุ่ย มีด้วยกัน ๕ ชนิดคือ ขลุ่ยกรวด ขลุ่ยนก ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลีบ และขลุ่ยอู้

ส่วนประกอบของขลุ่ย :- เลาขลุ่ย,ตาก,รูเป่า,รูปากนกแก้ว,รูเยื่อ,รูค้ำ,รูบังคับเสียง และ รูร้อยเชือก

ขลุ่ยกรวด :- เป็นขลุ่ยที่มีขนาดกลาง คือใหญ่กว่าขลุ่ยหลีบ แต่เล็กว่าขลุ่ยเพียงออ มีความยาวประมาณ ๔๐ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๒.๒ เซนติเมตร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขลุ่ยเคียงออ

ขลุ่ยเพียงออ :- เป็นขลุ่ยขนาดกลางชนิดไม่มีลิ้น มีระดับเสียงกลาง ๆ ไม่สูง ไม่ต่ำเกินไป เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตาม เช่นเดียวกับระนาดทุ้ม และซออู้ ใช้เป่าในวงเครื่องสาย วงมโหรี วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ และวงปี่พาทย์ไม้นวม

ส่วนประกอบของขลุ่ยเพียงออ :- ทำจากไม้รวกขนาดปานกลาง มีความยาว ๑๖ นิ้ว ด้านหน้าเจาะรูเรียงกัน มีดากซึ่งทำจากไม้ เหลาเป็นท่อนกลม ๆ ยาวประมาณ ๒ นิ้ว มีรูสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เรียกว่า ปากนกแก้ว ในขลุ่ยเพียงออ ๑ เลา จะมี รู ทั้งหมด จำนวน ๑๔ รู คือ รูที่ทำให้เกิดเสียง, รูนิ้วค้ำ, รูเยื่อ และ รูร้อยเชือก เป็นต้น

ขลุ่ยนก :- เป็นขลุ่ยชนิดที่เป่าเป็นเพลงไม่ได้ เพราะมีเสียงไม่ครบเสียงดนตรี จึงใช้เป่าเฉพาะในเพลงที่มีเสียงนก เพื่อแทนเสียงนกดังกล่าวในเพลง มี ๓ ชนิด ได้แก่ ขลุ่ยนกกางเขน ขลุ่ยนกโพระดก และขลุ่ยนกกาเหว่า

แคน :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ถือเป็นเครื่องดนตรีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และถือเป็นเครื่องดนตรีที่เป็นสัญญลักษณ์ของชนชาติลาว แคนเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถสร้างเสียงประสานได้ในตัวเอง บรรเลงเป็นวงได้ และบรรเลงร่วมกับพิณและโปงลางได้อีกด้วย

ส่วนประกอบของแคน :- ตัวแคน ประกอบด้วยไม้ซาง ขนาดต่าง ๆ กัน มี ลิ้น เป็นโลหะ แคนมีหลายประเภท เรียกชื่อตามจำนวนลูกแคน เช่น แคนหก แคนเจ็ด แคนแปด แคนเก้า และแคนสิบ เป็นต้น

แตรงอน :- เป็นเครื่องดนตรีไทย น่าจะเอาแบบอย่างมาจากอินเดีย ลักษณะคล้าย เขาสัตว์ ใช้เป่าในงานพระราชพิธีของไทย

ส่วนประกอบของแตรงอน :- ทำด้วยโละชุบเงิน ทำเป็นสองท่อน แล้วนำมาสวมต่อกัน ท่อนหนึ่ง ลักษณะเป็นหลอดโค้งเรียวยาว สำหรับเป่าลมด้วยปาก ตรงปลายที่เป่าลมทำให้บานรับกับริมฝีปาก เรียกว่า กำพวด อีกท่อนหนึ่งเป็น ลำโพง มี เส้นเชือก ผูกโยง ท่อนเป่ากับท่อนลำโพงไว้ด้วยกัน

ปี่กลาง :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ประเภทปี่ มีขนาดกลาง ใช้บรรเลงสำหรับปะกอบการแสดงหนังใหญ่ มีสำเนียงปี่ที่กึ่งกลาง ระหว่าง ปี่นอก กับ ปี่ใน ไม่แหลมเกินไปและไม่ต่ำเกินไป

ส่วนประกอบของปี่กลาง :- ตัวปี่ ทำด้วยไม้ชิงชันหรือไม้พยุง กลึงให้เป็นรูปปลายบานทั้งหัวและท้าย ส่วนตรงกลางของตัวปี่กลึงให้ป่องออก ตัวปี่ ยาวประมาณ ๓๗ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ เซนติเมตร

ปี่จุม :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ประเภทปี่ เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของภาคเหนือ คำว่า จุม เป็นภาษาเหนือแปลว่า ชุมนุมปี่จุม จึงหมายถึง การนำปี่หลาย ๆ เล่ม มาเป่ารวมกันนั่นเอง ขนาดเล็กที่สุด จะมีเสียงสูงที่สุด และขนาดใหญ่ที่สุด ก็จะมีเสียงต่ำที่สุด นิยมใช้บรรเลงประกอบการขับซอพื้นเมืองเหนือ

ส่วนประกอบของปี่จุม :- ตัวปี่ ทำด้วยไม้รวก ลำเดียว มาตัดให้มีขนาดต่างกัน สั้นบ้าง ยาวบ้าง เรียงให้ได้ลำดับไล่เลี่ยกันไป มี ลิ้นปี่ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด ทำด้วย แผ่นทองแดง หรือทองสำริดที่บาง ๆ

โหวด :- เดิมเป็นของเล่นชนิดหนึ่งของเด็ก ๆ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้แกว่งเล่นเพื่อให้เกิดเสียง ต่อมาถูกดัดแปลงจนกลายเป็นเครื่องเป่าของวงดนตรีพื้นเมือง

ส่วนประกอบของโหวด :- ประดิษฐ์จากไม้ไผ่เฮี้ย หรือไม้ไผ่รวก ลักษณะเหมือนกับการนำขลุ่ยหลาย ๆ เลา มาพันรอบแกนกลม โดยขลุ่ยแต่ละเลานั้นให้ระดับเสียงเพียงระดับเดียว เวลาเป่า จะมีเสียงดัง โหวด ๆ หรือหวูด ๆ โหวดมี ๓ ประเภท คือ โหวดกลม โหวดแกว่ง และ โหวดแผง

ปี่ใน :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ประเภทปี่ มีขนาดใหญ่ เสียงของ ปี่ใน จะเป็นเสียงที่ต่ำ และเสียงใหญ่ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์ไมแข็ง ปี่ชนิดนี้เป็นปี่ที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี เป็นปี่ที่ทำให้ นางผีสื้อสมุทรขาดใจตาย เมื่อได้ฟังพระอภัยมณีเป่านั่นเอง

ส่วนประกอบของปี่ใน :- ตัวปี่ ทำด้วยไม้ มีความยาวประมาณ ๔๑-๔๒ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร

ปี่นอก :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ประเภทปี่ ที่มีขนาดเล็ก เป็นปี่ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เสียงของ ปี่นอก จะมีเสียงที่เล็กและแหลม ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์ไม้แข็ง คู่กับปี่ใน

ส่วนประกอบของปี่นอก :- ตัวปี่ ทำด้วยไม้ มีขนาดยาวประมาณ ๓๑ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร

ปี่ชวา :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ประเภทปี่ที่มีลิ้น น่าจะเข้ามาในประเทศไทย พร้อม ๆ กับกลองแขก ใช้บรรเลงในวงบัวลอย วงปี่พาทย์นางหงส์ และ วงเครื่องสายปี่ชวา นอกจากนี้ ยังใช้เป่าประกอบการรำ กระบี่กระบอง และ การชกมวยไทย อีกด้วย

ส่วนประกอบของปี่ชวา :- ตัวปี่ ทำด้วยไม้ ประกอบกัน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่ง เรียกว่า เลาปี่ มีลักษณะกลมเรียวยาว ภายในโปร่ง ตอนปลายใหญ่กว่าเล็กน้อย อีกส่วนหนึ่ง เรียกว่า ลำโพงปี่ ทำด้วยไม้ ให้ปลายบานเหมือนดอกลำโพง ตอนกลางคั่นด้วย ลูกแก้ว ที่กลึงจากไม้ ตอนบนหุ้มด้วยแผ่นโลหะบาง ๆ มี ลิ้นปี่ ทำด้วยใบตาลแก่ มี กะบังลม ทำด้วยกะลา

ปี่ไฉน :- เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดเป่า ประเภทปี่ ที่ได้แบบอย่างมาจากอินเดีย ไทยเรามีใช้ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ใช้บรรเลงในขบวนแห่คู่กับปี่ชวา หรือใช้บรรเลงนำกลองชนะ ในขบวนพยุหยาตรา

ส่วนประกอบของปี่ไฉน :- ตัวปี่ มี ๒ ท่อน ท่อนหนึ่งมีลักษณะเรียวยาว ส่วนปลายผายออกเล็กน้อย เรียกว่า เลาปี่ อีกท่อนหนึ่ง เรียกว่า ลำโพง ทำด้วยไม้หรืองา

ปี่มอญ :- เป็นเครื่องเป่าขนาดใหญ่และยาว ประเภทใช้ลิ้นปี่ มีรูปร่างคล้ายปี่ชวา แต่ยาวกว่า ใหญ่กว่า มีลำโพงเหมือนกัน แต่ใช้วัสดุต่างกัน มีเสียงทุ้มต่ำ แต่นุ่มนวล มีบทบาทสำคัญในวงปี่พาทย์มอญ

ส่วนประกอบของปี่มอญ :- ตัวเลา หรือตัวปี่ ทำด้วยไม้ กลึงให้กลมเรียวยาว ตอนปลายผายออกเล็กน้อย ถัดมากลึงเป็น ลูกแก้ว คั่นสำหรับผูก เชือก โยงกับตัวลำโพง ที่ด้านหน้าของตัวเลา เจาะรู ๗ รู ที่ด้านหลัง เจาะอีก ๑ รู เป็น รูนิ้วค้ำ อีกท่อนหนึ่งเป็น ลำโพง ทำด้วยทองเหลือง มีเชือกที่ทำเงื่อน สับปลาช่อน ยึดทั้งสองท่อนไว้ด้วยกัน

ขลุ่ยเมือง :- เป็นขลุ่ยของชาวพื้นเมืองทางภาคเหนือ หรือเรียกกันว่า ขลุ่ยตาด มีเสียงเล็กแหลม ใช้เป่าสอดประสานไปกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ นิยมเล่นในวงสะล้อ หรือเล่นเดี่ยว

ส่วนประกอบของขลุ่ยเมือง :- ทำจากไม้ไผ่ มีความยาว ประมาณ ๓๓ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร มี ดาก ปากนกแก้ว รูร้อยเชือก และ รูที่ทำให้เกิดเสียง จำนวน ๗ รู (ไม่มีรูนิ้วค้ำ และ ไม่มีรูเยื่อ)

ขลุ่ยหลีบ :- เป็นขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่ในบรรดาขลุ่ยไทยทั้งหมด เป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญ บรรเลงนำในวงเช่นเดียว กับระนาด และซอด้วง ใช้ในการบรรเลงของวงมโหรีเครื่องคู่ เครื่องใหญ่ และวงเครื่องสายเครื่องคู่ นอกจากนี้ ยังใช้บรรเลงในวงเครื่องสายปี่ชวา โดยใช้บรรเลงเป็นพวกหลัง เช่นเดียวกับซออู้

ส่วนประกอบของขลุ่ยหลีบ :- ทำจากไม้รวกขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ ๒๕ เซนติเมตร ถึง ๑ ฟุต โดยประมาณ

ขลุ่ยอู้ :- เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีเสียงต่ำสุด ในบรรดาขลุ่ยทั้งหมด ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์

ส่วนประกอบของขลุ่ยอู้ :- ทำจากไม้รวกขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๒๓ นิ้ว มีรูที่ทำให้เกิดเสียง จำนวน ๖ รู


ดูเรื่องอื่นๆ